2009/Dec/02

2 ธันวาคม 2552
เช้าวันพุธ



จนถึงวันนี้แม่ก็ยังดีใจที่ได้เลี้ยงลูกเอง ได้อยู่กับลูกทุกวัน
ภูมิใจมากขึ้นไปอีกเมื่อลูกติดแม่ และไม่เคยอายที่จะบอกคนอื่นว่าแม่ก็ติดลูก
อย่างมากที่สุดที่ห่าง ก็คือฝากนนไว้กับย่า ตอนไปซื้อของที่จตุจักรกับพาหุรัด สำเพ็ง
ฝากลูกไว้ครึ่งวัน โดยใจของแม่นั้นคิดห่วงตลอด
หนึ่ง เพราะนนยังกินนมแม่อยู่
สอง นนคุ้นเคยกับการหลับกับแม่เท่านั้น 

ทุกครั้งที่ฝากลูกไว้ที่บ้านย่า ถ้าพี่โจกับพี่จีน่าไม่ได้ไปโรงเรียน 
นนก็จะสามารถเล่น ไม่หงอยเหงา
แต่ก็จะมีปัญหาเมื่อถึงเวลานอนกลางวัน นนจะไม่ยอมนอน ต่อให้ตาจะแทบปิด
หรือถ้ายอมนอน นั่นคือฝืนไว้ไม่ไหวแล้วจริงๆ
นนไม่ร้องไห้ แต่จะใช้สายตามองหา
สมมติว่าเผลอหลับไปเพราะความเพลีย ลูกก็จะตื่นมาภายในไม่ถึงชั่วโมง

พอแม่กลับมาเห็น
แม่ก็จะสงสาร และก็รู้สึกผิดเล็กๆ ที่ละจากลูกไปทำในสิ่งอื่นเป็นเวลานานๆ 
นนว่าแม่อ่อนแอไหม ผูกใจติดกับลูกไว้เกินไปไหม 
ในมุมของแม่ แม่คิดว่าแม่เข้าใจในสายสัมพันธ์ระหว่างเราพอสมควร
แม่ยังเชื่อว่า ต่อให้แม่รักนนมากขนาดนี้ ตามติดเป็นเงาของนนมากขนาดนี้
แต่พอวันหนึ่งที่ถึงเวลาต้องส่งลูกไปโรงเรียน ลูกไปมีเพื่อน กระทั่งไปมีแฟน
ศักยภาพในความเข้าใจเรื่องระยะห่าง ของแม่ก็ย่อมต้องมีสูงขึ้น
แม่จะเข้าใจได้ ยอมรับได้ 
เพราะมันคือธรรมชาติ และทุกสิ่งไม่ได้จะเปลี่ยนแปลงไปชั่วข้ามคืน
นน-นนจะค่อยๆ ห่างออกไปด้วยการเติบโตของลูกเอง
ซึ่งมันคนละเรื่องกับการห่างแบบมีคนมาเอาไป หรือตายจากพรากกันไปก่อนวัยอันควร 

ตอนนี้นนก็อายุ 1 ปี 7 เดือนเต็มแล้ว 
มีคำง่ายๆ ที่ลูกทยอยพูดได้
พัฒนาการการสื่อสารที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ช่วงอายุของนนตอนนี้ กำลังเก็บจำและทำตามทุกอย่าง
ได้ยินลูกพูดคำอย่างมีความหมาย แม่ก็อดยิ้มไม่ได้ทุกครั้ง แม้ว่าคำนั้นลูกจะไม่ได้พูดอยู่กับแม่ก็ตาม 
นนจะพูดบ๊ายบาย... เมื่อถึงเวลาต้องลาใครไปที่อื่น
ลาพี่จันทรา ตอนจะกลับบ้าน
ลาพ่อ ตอนที่จะไปทำงาน
"บ๊ายบ่า..." คำที่ไม่ชัดนัก แต่พอยกมือขึ้นโบกประกอบคำพูดไปด้วย ไม่ว่าใครก็ไม่อาจกลั้นยิ้ม 
นอกจากนี้ นนยังเริ่มเรียก แม่ แต่ออกเสียงเป็น "แหม๋ๆ"
สอนให้เรียกพ่อ แต่นนจะเรียก "ป๊าป่า" ทุกครั้งไป  
มันคงจะเกิดปฏิกิริยาอะไรสักอย่างในสมองของลูกเป็นแน่แท้ กับการที่แม่ฟังแต่เพลงฝรั่ง
ภาษาที่วนเวียนอยู่ในหัวลูก มันจึงมีสองแบบ 
นน-นน ออกเสียงคำไทย ในสำเนียงฝรั่งทั้งหมด ทั้งที่แม่พูดภาษาไทยกับลูกอย่างชัดเจนมาก เน้นคำทุกคำให้ฟังง่าย เข้าใจง่าย
ไม่รู้ว่าจะมีเด็กวัยเดียวกันคนอื่น เป็นแบบนี้บ้างหรือเปล่า 

ถ้าถามแม่นะ ว่าช่วงไหนที่ต้องเอาใจใส่ลูกมากที่สุด
เท่าที่เลี้ยงนนมา 19 เดือน
ทุกช่วงวัยมีความแตกต่างกันหมด เพียงแต่ในช่วงวัยขวบครึ่ง ลูกกำลังเรียนรู้ทางด้านสังคม และถ้าได้อยู่ใกล้ชิดกับคนที่อยู่ด้วยมาตั้งแต่เริ่มต้นลืมตา การเรียนรู้ก็จะก่อขึ้นบนความอุ่นใจ
ลูกทุกคนต้องการแม่ด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าเขาจะอยู่ในช่วงวัยและสิ่งแวดล้อมใด แต่อาจไม่ใช่แม่ทุกคนที่ต้องการลูก
อาจมีแม่ที่บ่นว่า "ฉันไม่ได้ทำอะไรเป็นเรื่องเป็นราวเลยเนี่ย มัวแต่วุ่นวายอยู่กับเธอ" แม่เองก็เคยเผลอบ่นเช่นนี้ในบางครั้ง แต่พอรู้สึกตัว ก็จะหยุด
เพราะแม้แต่ราชินี ก็ยังตรัสในเนื้อหาสำคัญว่า "หน้าที่ที่สำคัญที่สุดของผู้หญิง ก็คือหน้าที่ของแม่"
ดังนั้น การได้เลี้ยงลูก นั่นก็คือการได้ทำอะไรที่เป็นเรื่องเป็นราวอย่างยิ่งแล้ว
การเสียเวลาไปกับลูก ที่ดูเหมือนไม่ได้อะไร
แต่ผลลัพธ์ที่ปลายทางวัยเด็ก เราจะได้ผู้ใหญ่ที่ไม่เป็นปัญหากับใคร และยังจะสามารถยืนต้นให้ร่มเงากับคนอื่นอีกต่อ 

นาน...ที่แม่ไม่ได้บันทึกถึงนน
เช้านี้ อากาศยังหนาวเย็น ได้กลับมานั่งเขียนอีกครั้ง 
ลูกยังหลับอยู่บนที่นอนกลิ่นคุ้นเคย
...ก็รู้สึกมีความสุขดี

รัก,
แม่







* ตั้งกล้องถ่ายหน้าบ้าน
ดีนะที่ยังได้เห็นหน้าพ่อ