14 กรกฎาคม 2551
ลาดกระบัง 16
เย็นวันจันทร์
สำหรับการรอคอยแล้ว วันแต่วันผ่านไปอย่างเชื่องช้าเสมอ
คนที่ไม่ได้รออะไรบางอย่าง หรือใครบางคน
อาจจะไม่รู้สึกอะไรกับ "เวลา"
แม่กำลังรอพ่อ แต่ก็ไม่ได้พูดจาเร่งพ่อทางโทรศัพท์ว่าให้รีบมารับ แม่ไม่ได้พูดแม้แต่คำว่าคิดถึงพ่อด้วยซ้ำ แม่เพียงแต่บอกว่าแม่คิดถึงบ้าน ซึ่งพ่อก็คงรู้ละมั้งว่าในคำว่า "บ้าน" แม่ไม่ได้หมายถึงสถานที่ เพราะถ้ามีเพียงสถานที่ บ้านก็เป็นได้แค่สิ่งปลูกสร้างเท่านั้นเอง
น้องนนท์ครับ เมื่อวานแม่เพิ่งอ่านหนังสือเรื่อง บางสิ่งที่สุกสกาว ของบรรณาธิการนิตยสาร ฅ คน ที่ชื่อ กฤษกร วงค์กรวุฒิ แล้วแม่ก็ได้อ่านไปถึงย่อหน้าหนึ่งที่บอกว่า ...ลูกไม้ได้เชื้อชีวิตมาจากแม่ไม้ก็จริง แต่ผืนดินนั้นต่างหากที่ช่วยเติมชีวางอกงามเติบโต เป็นต้นไม้แบบใดก็แล้วแต่ว่าดินที่มันหยั่งรากเป็นอย่างไร... แล้วแม่ก็คิดถึงหนูขึ้นมาทันที จึงหยิบโปสการ์ดขึ้นมาเขียนบอกเล่าต่อไปยังพ่อ แม่เขียนบอกพ่อว่าน้องนนท์ได้เชื้อชีวิตมาจากเราสองคน ซึ่งเราก็ได้ "ดูแล" อย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว จนเมื่อเขาเกิดมา ใช้หัวใจของตัวเองหายใจได้เอง โดยไม่ต้องพึ่งพาออกซิเจนจากแม่อีกต่อไป ทีนี้ก็คงแล้วแต่ว่าเขาจะเติบโตอย่างไร ในดินแบบไหน ในฐานะของคนที่เป็นพ่อแม่เช่นเรา แม้จะเลือก "ดิน" ให้ลูกไม่ได้ แต่ก็จะเอาใจช่วยเขาเสมอ เราสองคนเป็นพ่อเป็นแม่คนแล้วนะ!
ตั้งแต่คลอดน้องนนท์ออกมา ชีวิตส่วนตัวแบบไปโน่นมานี่ตามลำพังของแม่ก็สูญหายไปเลย แต่ไม่ว่าครั้งไหนที่แม่แอบเผลอคิดถึงความสุขส่วนตัวในแบบเดิมๆ แม่จะเอ่ยคำว่า "ขอโทษ" ออกมา และขอให้น้องนนท์อภัยให้แม่ด้วย แม่อาจจะไม่ใช่แม่ที่สมบูณ์แบบ ไม่ใช่แม่ไม้ที่แข็งแกร่งอะไรนัก แต่หนูก็เป็นลูกชายของแม่ อย่างไม่มีทางจะเป็นอื่นไปได้
อีกสี่วัน (ไม่นับรวมวันนี้) พ่อก็จะกลับมาแล้ว คราวนี้แม่เชื่อว่าพ่อต้องหลงเสน่ห์น้องนนท์จนไม่อยากจากไปไหนไกลอีกแล้วแน่ๆ เพราะหนูเริ่มยิ้มเก่งขึ้น เก่งขึ้นทุกวัน
รัก
...แม่