2010/Jul/01





ความยากจนที่แท้จริง

ดิฉันเคยได้ยินว่าโสเภณีที่เฮติ
ติดเชื้อเอดส์ถึงร้อยละ 72
จึงถามโสเภณีเด็กอายุ 12 ปี ว่า
"หนูไม่กลัวเป็นเอดส์หรือ"
เด็กหญิงตอบว่า
"กลัวเหมือนกัน แต่เป็นเอดส์แล้ว
ก็ยังอยู่ได้อีกหลายปีไม่ใช่เหรอคะ
ที่บ้านหนู พรุ่งนี้จะไม่มีอาหารกินกันแล้ว"
เด็กคนนี้ได้เงินจากการค้าประเวณีครั้งละ 6 กูร์ด
คิดเป็นจำนวนเงินญี่ปุ่นประมาณ 42 เยน
เงินจำนวนนี้ช่วยให้ทั้งครอบครัว
มีอาหารกินในวันรุ่งขึ้น

จากหนังสือเรื่อง โต๊ะโตะจังกับโต๊ะโตะจังทั้งหลาย 
ของ คุโรยานางิ เท็ตสึโกะ 

ในหน้าแรกๆ เท็ตสึโกะ 
เขียนไว้ว่า

ขออุทิศหนังสือเรื่องนี้
แด่ ดวงวิญญาณของเด็กเล็กๆ 180 ล้านคน
ที่ตายจากไป เพราะขาดอาหาร
โรคติดต่อ และภัยสงคราม
โดยไม่บ่นเลย เพราะเชื่อมั่นผู้ใหญ่
ในช่วงเวลา 13 ปี ตั้งแต่ ค.ศ.1984
ที่ดิฉันได้รับแต่งตั้งเป็นฑูตยูนิเซฟ
จนถึง ค.ศ.1996



ในความยากจนที่แท้จริง
สงครามต่างๆ 
ก็เพิ่งได้รู้ถึงบาดแผลที่กระทบกับเด็กอย่างเป็นจริงเป็นจังจากหนังสือเล่มนี้
เพราะโดยส่วนใหญ่ เมื่อพูดสงคราม เราจะนึกถึงความสูญเสียของประเทศชาติ กองกำลังทหาร หรือสภาพบ้านเมืองที่ย่ำแย่ 
แต่หนังสือเล่มนี้ เป็นการพูดถึงเด็กโดยตรง
ความอดอยากที่แท้จริง ความลำบากที่เกินตัว และความฝันวัยเยาว์ที่มีเพียง อยากมีชีวิตอยู่จนถึงวันพรุ่งนี้

แจกแจงไม่ได้หรอกว่า...
การได้รู้ถึงความแร้นแค้นที่สุดของมนุษยชาติ 
จะมีประโยชน์อย่างไรบ้าง หากไม่ลงมือช่วยอะไร 
แต่ที่แน่ๆ เราต้องเสียดายอาหารที่กินเหลือในแต่ละมื้อ
และกลับมาเห็นค่าของ "ชีวิตปกติสุข" ในฐานะ "คนไทย"
อยู่ในประเทศไทย ประเทศที่ปลูกพืชอะไรก็ขึ้น
มีผลไม้สารพัดอย่างให้กิน มีข้าว มีปลา มีน้ำ

เหตุการณ์ใน รวันดา ที่พูดถึงกันหนาหู ในช่วงพฤษภาที่ผ่านมา
สงครามการเมืองกลางเมืองเช่นนี้
ประเทศไทยยังไม่ซับซ้อนและดุเดือดไปถึงขั้นนั้น
แต่เราก็น่าจะได้เรียนรู้ในฐานะที่ รวันดา ก็เป็นส่วนหนึ่งของโลกใบเดียวกัน
การที่ประเทศหนึ่งแตกละเอียดได้ถึงขนาดนั้น คนในประเทศรวมตัวกันอย่างสิ้นหวังกับคำว่า "สันติภาพ"
ความหวาดกลัวจากการฆ่ากันเอง
เด็กๆ ที่ต้องให้สัมภาษณ์ว่าไม่รู้ว่าใครที่ฆ่าพ่อแม่ตัวเอง
แล้ววิ่งมากระซิบกับทูตยูนิเซฟว่า จริงๆ แล้วหนูรู้
พอโดนถามว่าแล้วทำไมไม่บอก
คำตอบก็คือ ก็คนที่มาสัมภาษณ์นั่นแหละ เป็นคนฆ่า
เราจะหลั่งน้ำตาให้กับอะไรดี
ให้กับการโกหกเพื่อเอาตัวรอด หรือให้กับจิตวิญญาณของเด็กที่แก่กร้านเกินวัย

ตลอดสิบกว่าปี ที่ คุโรยานางิ เท็ตสึโกะ ได้เป็นทูตยูนิเซฟ 
เธอทำงานกับเด็ก ไปดูไปเห็นมาทั่วโลก
ครั้งหนึ่งเธอไปอินเดีย ประเทศที่มีชนชั้นชัดเจน
แล้วภาพที่เธอก้มผูกเชือกรองเท้าให้เด็กๆ ที่ยากจน ก็ถูกถ่ายทอดไปอย่างแพร่หลาย
จนนักข่าวมาสัมภาษณ์ ซึ่งเธอก็งง เพราะสิ่งที่เธอทำ เธอไม่รู้สึกเลยว่ามันพิเศษ
แต่สำหรับคนอินเดีย คนชนชั้นสูงไม่ก้มลงมาสู่ชนชั้นที่ต่ำกว่า
ดังนั้น พอนักข่าวพูดถึงเรื่องชนชั้นในอินเดีย เป็นเชิงถามว่าควรจะแก้ปัญหายังไง
เท็ตสึโกะก็ตอบว่า "ถ้าพวกคุณเห็นว่าสิ่งที่ฉันทำเป็นเรื่องที่ดี
เดี๋ยวประเทศของคุณก็จะค่อยๆ ดีขึ้นเอง"
หนังสือเล่มนี้...
จึงเป็นหนังสือของมนุษย์คนหนึ่ง ที่เดินทางไปจากประเทศที่ "เต็ม" แล้ว 
เดินทางไปอย่างคนที่เคยเกิดในยุคสงคราม และเป็นประชากรในประเทศที่เคยพ่ายแพ้สงคราม จึงพร้อมจะเข้าใจ และพร้อมจะเป็นกระจกส่องให้คนอื่นๆ ได้มีโอกาสเห็นถึงความรักความเห็นใจที่สวยงาม
แม้บางครั้งจะหลบเลี่ยงไม่ได้ที่จะสัมผัสกับหยาดละอองแห่งความหมองเศร้า

อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว
ก็ทำให้อยากจะเปิดเพลงนี้ฟังอีกครั้ง...



 
...make a better place
for you and for me


* เริ่มต้นเอ่ยคำขอบคุณในสิ่งที่เรามี
อาหาร น้ำเปล่า 
ทุกอย่างที่เป็นปกติในวันนี้
ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีได้

Comment

Comment:

Tweet


ขึ้นบัญชีหนังสืออยากอ่านอีกหนึ่งเล่มไปเลยค่ะ

ปล. ขออนุญาต add favourite นะคะ
#10 by littlebert At 2010-07-02 11:41,
น่าสงสาร
กับชีวิตที่เลือกยาก
#9 by ปลาวาฬ At 2010-07-01 22:17,
: )
#8 by ~ (125.26.216.7) At 2010-07-01 22:10,
หาซือ้ได้ที่ไหนค่ะ
#7 by DiNsubsalata At 2010-07-01 20:22,
อยากแปลเป็นภาษาเยอรมันให้โฮสต์อ่าน จะได้เก็บอะไรไปสอนลูกตัวเองซะบ้าง (แต่แปลไม่เป็นนี่สิ)

Hot! Hot! Hot!
#6 by idyllic-daughter At 2010-07-01 14:57,
Hot!
#5 by happiness in my bag.. At 2010-07-01 13:58,
ไม่น่าเชื่อว่า จะน่าอ่านขนาดนี้ (จริงๆชอบผลงานของคุณเท็ตสึโกะอยู่แล้ว)
แบบนี้ต้องหามาอ่านบ้าง
#4 by Evan Yzac -- The Crow At 2010-07-01 13:04,
อยากอ่านบ้างจังค่ะ ต้องหาอ่านซะแล้ว..confused smile
#3 by เจ้าแม่ project At 2010-07-01 12:45,
ถ้าในสงครามจะมีรอยยิ้มที่สวยงามเกิดขึ้ยบ้าง

ก็คงเป็นรอยยิ้มขอบคุณจากผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาที่ถูกจุด
#2 by SUPERGiRL ^ ^* At 2010-07-01 12:34,
Hot! Hot! อ่านแล้วต้องหามาอ่านให้ได้เลยค่ะ แค่คำโปรยก้อสงสารเด็กๆจัง

รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนโชคดีขนาดนี้ ต้องหาโอกาสเผื่อแผ่ให้คนที่ไม่มีบ้างแล้วหล่ะค่ะ ขอบคุณนะคะ big smile
#1 by onnsy At 2010-07-01 12:33,