2010/Jul/03


น้องเล็กที่สุดในร้าน... (ไม่น่าเชื่อว่าอายุน้อยกว่าเราตั้ง 10 ปี)
เดี๋ยวนี้ไปไหนมาไหนกับเด็กที่เกิด พ.ศ. ขึ้นต้นด้วยเลข 3 อย่างเป็นปกติ
แถมมันยังบอกว่า มันน่ะอายุตั้ง 20 แล้ว
จริงด้วย! เด็กเกิด พ.ศ. 2533 ก็ยังมีอายุตั้ง 20 
เอาเหอะ ระยะหลังวนเวียนกับอายุบ่อย เหมือนกับเป็นวัยที่ต้องทบทวน
ทุกครั้งที่อายุขึ้นต้นด้วยเลขตัวใหม่ มันคือการเปลี่ยนอย่างเป็นรูปธรรม 

เข้าเรื่องที่จะเล่า
น้องเล็กที่คุ้นเคย ที่มาช่วยงานท่ามกลางพี่ๆ ผู้ล้นและเกินในชีวิต ไม่มากก็น้อย
จากที่เคยฟูฟ่องไปกับการได้แอบรักเพื่อน
แต่ตอนนี้กลับเริ่มเหี่ยวเฉา ร้องไห้ได้เกือบทุกวัน
ปลอบมันเบาๆ ก็แล้ว "ไม่ใช่ความผิดของเขา ที่ไม่ได้ชอบเรา และก็ไม่ใช่ความผิดของเราด้วย ที่ทำใจให้เลิกชอบเขาไม่ได้ ถ้าเราไม่โทษตัวเอง เราก็จะอภัยให้กับทุกอย่างได้ง่ายขึ้น"
หรือปลอบไปแรงๆ ก็แล้ว ทำเป็นไม่สนใจก็แล้ว
ทุกอย่าง เราว่าคนที่เคยมีความสุข และกำลังแบกรับความเจ็บ ย่อมเข้าใจมันดี
คำของใครทุกคน แม้พยายามจะช่วยประคับประคองแค่ไหน แต่ก็ช่วยอะไรไม่ค่อยได้หรอก
สุขแทนไม่ได้ ทุกข์แทนไม่ได้ จึงลุกยืนขึ้นแทนไม่ได้

"แล้วพี่โอ๋คิดว่าเขารู้สึกยังไง"
แล้วจนถึงขนาดนี้ ก็ยังมีคำถามแบบนี้ดังขึ้นมาอีก เหมือนกับ...ทั้งที่เข้าใจแต่ก็ไม่อยากจะเข้าใจ
"พี่ว่า พี่ไม่ต้องตอบแล้วนะ เธอก็รู้ดีอยู่แล้วนี่"
...หลอกตัวเองยังไม่พอ ยังจะให้คนอื่นช่วยหลอกอีกหรือ? (เกือบต่อท้ายแบบนี้ไป แต่กลัวมันขาดใจตรงหน้าซะก่อน)
บางทีเราก็ต้องการคำยืนยันที่มาช่วยต่อเติมความหวัง
แต่มันจะดีเหรอ  คนนอกน่ะ ดูแป๊ปเดียวก็รู้แล้วว่า ผู้ชายคนนี้ไม่ได้คิดอะไรกับผู้หญิงคนนี้ 
คือถ้าเราเป็นคนขวางโลกหน่อย หรือชอบจัดการชีวิตคนอื่น
ก็คงจะพูดไปตรงๆ กับผู้ชายคนนั้นตั้งแต่ครั้งแรกๆ แล้วว่า "อย่ามาเที่ยวหว่านความหวังไว้แถวนี้ได้ไหม นี่มันน้องฉันนะ"
ต้นความรักที่แคระแกร็น รดน้ำความใส่ใจเท่าไหร่ ก็ไม่เคยโตขึ้น
ถ้าใช้มุมของเราตัดสิน เราถอนทิ้งแน่
แต่เพราะความรักไม่ได้เป็นเรื่องส่วนรวม ไม่ใช่เรื่องที่เราควรจะเข้าไปยุ่ง จึงบอกน้องไปว่าใช้ความรู้สึกของพี่ตัดสินไม่ได้ ว่าควรจะทำยังไงต่อไป
เพราะพี่ไม่เคยแอบรักเพื่อน แถมยังร้าย คือไม่ว่าจะคบใครก็ตาม ถ้ารู้ว่ายังไงก็ไม่รอดแน่ พี่ต้องรีบชิงบอกเลิกก่อน อย่างน้อยการเดินจากมาเอง ก็ยังมีศักดิ์ศรีว่าฉันไม่เอาเธอ ไม่ใช่เธอไม่เอาฉัน 

เรื่องความรัก พูดยาก
เอาแค่...วันนี้ยังกินข้าวได้อยู่ ยังหัวเราะ ยิ้มกับเรื่องอื่นได้บ้าง --พอแล้ว
ถ้าเจ็บแล้วไม่ถึงกับตาย ก็เจ็บไปเหอะ
ใครอื่นจะแนะนำอย่างไร สุดท้ายเราต้องเลือกเอง 
และทางเลือกก็ไม่ได้มีมากมาย เพราะมันมีแค่ "ไปต่อ" หรือ "ถอยกลับ"
สำคัญที่ว่าคนเรามักชอบความครึ่งๆ กลางๆ จะลุยต่อก็กลัวเจ็บเพิ่ม จะถอยกลับก็ยังอาลัยอยู่
แผลที่ทำท่าจะหาย เลยได้ถูกสะกิดให้เหวอะหวะใหม่อยู่เรื่อยๆ

อย่างไรก็ตาม... "ร้องไห้ได้ นี่ยังดีนะ
ดูพี่สิ ตาแห้ง ต้องหยอดน้ำตาเทียม
กล่องละห้าร้อย กล่องนึงใช้ได้ยี่สิบวัน
เดี๋ยวนี้เลยอ่อนไหวพร่ำเพรื่อไม่ได้แล้ว
เพราะไม่มีน้ำตาเหลือมากพอ" 

Comment

Comment:

Tweet


ง่าาา

งั้นแสดงว่าที่คนข้างๆ เราตาแห้ง นี่เพราะร้องไห้มาจนเยอะแล้ว น่ะสิ

#4 by SUPERGiRL ^ ^* At 2010-07-05 01:22,
ไม่มีน้ำตาเหลือมากพอ...พอ ๆ กัน ^_^
#3 by September At 2010-07-03 18:33,
เฮ้อ รักตัดเองกันก่อนละกัน นะ
#2 by มินามาตา At 2010-07-03 15:33,
รัก มีทั้งสุข ทุกข์ สมหวัง ผิดหวัง เป็นธรรมดา
big smile
#1 by ตูดเป็ด เป็ดแก่ At 2010-07-03 15:27,